ประวัติคลองแห

ประวัติคลองแห


ประวัติคลองแห
ในสมัยที่ก่อสร้างพระบรมธาตุ ที่นครศรีธรรมราช เมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะมีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีการเฉลิมฉลอง ได้มีการส่งข่าวไปยังหัวเมืองต่างๆ เช่นกลันตัน ไทรบุรี ตรังกานูเปอริสก็ได้จัดขบวนมาร่วมพิธีมหาบุญ บ้างก็ไปทางน้ำใช้เรือ ทางบกใช้ม้า ใช้เกวียนเดินเท้าฯลฯ หัวเมืองกลันตันเดินทางทางเรือพร้อมด้วยแก้วแหวนเงินทองของมีค่าที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพื่อนำไปบรรจุในเจดีย์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สิ่งของมีค่าได้บรรจุไว้ในไหบ้าง หีบบ้าง ที่มีค่ามากบรรจุในนกคุ่มเงิน นกคุ่มทอง มีความเชื่อว่านกคุ่มเป็นบ่อเกิดแห่งโชคลาภและเพื่อพรางตาจากโจรผู้ร้ายเพราะดูคล้ายเครื่องประดับสวยงามบนเรือ ตลอดทางได้ตีฆ้องร้องเป่าให้ผู้คนได้ร่วมโมทนาบุญ
เมื่อล่องเรือมาถึงทางแยกสำคัญผิดคิดว่าเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุด พอล่องเรือมายิ่งไกลคลองยิ่งแคบจึงรู้ว่าหลงทิศผิดทาง จึงหาที่หยุดพักค้างคืน มาเจอพื้นที่เหมาะเป็นเกาะแก่งอยู่กลาง มีแม่น้ำสามสาย สายหนึ่งมาจากทิศใต้สายหนึ่งมาจากทิศตะวันตก มาบรรจบกันเป็นสายน้ำไปทางทิศตะวันออก รุ่งเช้าเตรียมเดินทางต่อ บังเอิญมีขบวนม้าผ่านมาและทราบว่าเขากลับจากนครศรีฯลฯ พิธีเสร็จสิ้นแล้ว ไม่สามารถนำทรัพย์สมบัติบรรจุในองค์พระธาตุได้อีก สร้างความเสียอกเสียใจให้กับนักบุญได้มีการประชุมกันเรื่องทรัพย์สมบัติว่าจะทำอย่างไร บ้างก็ให้คืนเจ้าของ บ้างก็ว่าแบ่งกัน เสียงส่วนใหญ่จะไม่นำทรัพย์สินกลับ จึงสมมติที่ตรงนี้เป็นประหนึ่งเจดีย์และฝังสิ่งของมีค่าทุกอย่างไว้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในไหเต็มไปด้วยของมีค่า นกคุ่มเงินนกคุ่มทองบรรจุแก้วแหวนเงินทอง มีการบูชาพระรัตนตรัย สวดสรรเสริญพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเพื่อระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าหลังจากนั้นมีการชุมนุมเทวดาเพื่อเชิญเทพเทวามาปกปักรักษาสิ่งของมีค่าอย่าให้มีใครนำไปใช้ส่วนตัวเพราะทุกอย่างถวายเป็นของสงฆ์แล้ว
คุณยายคนหนึ่งหยิบผ้าม้วนทูนขึ้นมาอธิษฐานและจิตเพ่งไปที่ผ้าม้วนทูนประหนึ่งจะให้ผ้าม้วนทูนปิดปากไหเพื่อป้องกันสิ่งของที่อยู่ในไห มีชายคนหนึ่งนำข้าวสารมาเสกแล้วหว่านไปรอบๆ หลุม มีผู้คงแก่เรียนคนหนึ่งเสกน้ำมนต์แล้วประพรมไปรอบๆ หลังจากฝังสิ่งของทั้งหมดก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ร่วมปกปักรักษาทรัพย์ เช่นทวดขุนพิทักษ์ ณ เชียงใหม่ ทวดชี ทวดดำ ทวดโจรหลังจากนั้นได้นำฆ้องที่ชี้เป็นสัญญาณบอกบุญ มาอธิษฐานเป็นพุทธบูชาแล้วก็จมฆ้องลงในแม่น้ำนั้น ชาวบ้านจึงเรียกชื่อตรงนั้นว่า “คลองฆ้องแห่” บริเวณที่ฝังนกคุ่มเงิน นกคุ่มทอง ด้านบนมีสุมทุมพุ่มไม้ปกคลุมหนาแน่น คล้ายนกคุ่มชาวบ้านจึงว่า “โคกนกคุ่ม” ต่อมาข่าวการฝังทรัพย์สมบัติ ได้ทราบไปถึงฝรั่งนักล่าสมบัติ โดยใช้ลายแทงในการสืบค้น เมื่อมาถึงบริเวณที่บ่งบอกก็ลงมือขุดพอขุดได้พักหนึ่งก็เจอมดคันตัวใหญ่ออกมาเต็มไปหมดไม่สามารถขุดต่อได้ จึงให้หมอมาทำพิธี มดที่เห็นกลับกลายเป็นข้าวสาร เมื่อขุดต่อก็เจองูม้วนตัวอยู่ที่ปากไห เมื่อหมอมาแก้งูกลายเป็นผ้าม้วนทูน ชาวบ้านเรียกผ้าม้วนทูนยาย หลังจากนั้นทำการขุดต่ออีกปรากฏว่าฟ้ามืด ลมกระโชกแรงเกิดฝนห่าแก้วตกลงใส่พวกฝรั่งทำให้เกิดการเจ็บปวดน้ำฝนได้ชะเอาดินที่ขุดขึ้นมาไหลกลับไปในหลุมตามเดิม หมอพยายามแก้ฝนห่าแล้วแต่ไม่สำเร็จจึงล้มเลิกการขุดและกลับไป
ต่อมา พ.ศ. 2260 มีการสร้างวัดบริเวณใกล้กับสถานที่ฝังทรัพย์สมบัติ คือบริเวณแม่น้ำที่มาจากทิศใต้ (คลองเตย) มาประจบกับแม่น้ำที่มาจากทิศตะวันตก (คลองลาน) ไปทิศตะวันออก (คลองแห) หลังจากที่ชาวบ้านอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก ทางอำเภอให้มีการสำรวจเพื่อให้ตั้งชื่อหมู่บ้าน โดยผู้ที่มาสำรวจมาจากเมืองกรุงพูดภาษากลาง เมื่อสอบถามชาวบ้านๆ พูดสำเนียงปักใต้ว่า “คลองฆ้องแห่”จึงเขียนตามคำพูดว่า “คลองฆ้องแห”นานวันเข้าคนใต้พูดเร็ว ทำให้เสียงคลองกับฆ้อง กล้ำกัน เมื่อพูดเร็วจะได้ยินว่า “คลองแห” ต่อมามีการตั้งชื่อว่าหมู่บ้าน คลองแห มาจนปัจจุบัน
เทศบาลเมืองคลองแห ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ถนนคลองแห-คูเต่า ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเทศบาลเมืองคลองแห ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2550 อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสงขลาตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 414 (ถนนลพบุรีราเมศวร์) ระยะทาง 27 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอหาดใหญ่ไปทางถนนลพบุรี-ราเมศวร์ (ตอนเข้าเมืองหาดใหญ่) ระยะทาง 10 กิโลเมตร
เขตการปกครอง“พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2556” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2546 รวมเนื้อที่ทั้งหมด 24.50 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครอง ตำบลคลองแหทั้งตำบล จำนวน 11 หมู่บ้าน (39 ชุมชน)